2009/Dec/31

 ลายเสื้อยืดวาดให้ชาวป.โท MBA จุฬาฯ

 

tshirt

ใหญ่ไปไหม ขี้เกียจลดไซส์อ่ะ 

edit @ 31 Dec 2009 22:56:30 by วรรณแวว

2009/Oct/20

ย้ายพำนักชั่วคราว สู่ชีวิตเชิงวิชาการ ณ http://jetkeh.blogspot.com

กระนั้น หากเกิดมีเวลาว่างอยากทำเรื่องไร้สาระขึ้นมา จะกลับมาเยี่ยมเยียน

ไม่นานนัก เพียงแค่หนึ่งปี บล็อกบ้านน้อยหลังนั้นจะถูกทิ้ง และฉันจะกลับมาตายรังที่เมียหลวงอย่างเธอ

รอพี่นะนงคราญ 

edit @ 20 Oct 2009 18:26:49 by วรรณแวว

2009/Sep/08

วันนั้นแหละ วันที่ก็รู้สึกว่าคือปัจจุบัน วันธรรมดาวันหนึ่ง ที่ setting บอกว่ามีอินเตอร์เน็ตแล้ว มีโทรศัพท์มือถือเล็กจิ๋วแล้ว มีเทคโนโลยีสุดล้ำแล้ว แต่ 'เธอ' ก็ไม่ได้สำเหนียกอะไร เพราะมันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง ในสถานการณ์แสนธรรมดา ด้วยภาวะจิตแสนปกติ ไม่มีเรื่องเดือดร้อนอันใด

เธอนอนอ่านการ์ตูนตาหวาน 'เมื่อเขากับเธอXXXกัน' และหลงรัก 'เซมโปงคิ' (คุณพระเอก) บวกกับเพ้อบ้าบอเมื่อความรักของเขาและเพื่อน (ที่เคยเป็นผู้ชายแต่สลับร่างกลายเป็นหญิง) พัฒนาแบบกุ๊กกิ๊กสาวแตกได้ขนาดนั้น เธอรักหนังสือการ์ตูนเล่มนี้ อ่านกี่ทีก็รู้สึกละเมอเพ้อพกดี

เสียงตุ๊กแกดังขึ้นเบาๆ เธอคว่ำหนังสือลง แล้วควานไปใต้ผ้าห่ม หาอะไรสักอย่างอยู่นานจนเสียงตุ๊กแกเริ่มวน loop คล้ายหุ่นยนต์ตุ๊กแก... ที่สุด เธอก็คว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นกระติกน้ำขึ้นมา กดปุ่มสีเขียว แล้วเอามันมาแนบแก้ม 

"ฮัลโหล" สาวน้อยเริ่มต้นทักทายด้วยเสียงที่ไม่สวยนัก แต่ก็เป็นเนื้อแท้ของเธอ

แล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้น... ว่าอะไรก็ไม่รู้ เพราะตอนนี้เสียงต่างๆ พลันเงียบลง เงียบจน 'วิ้งงงงงง...' มีแต่ภาพของเธอเกลือกกลิ้งคุยโทรศัพท์รุ่นโบราณโดยที่สัญญาณไม่ติดขัด - คุยไป เปิดหนังสือไป ขีดเขียนยึกยือบนกระดาษไป บ้างก็มีพ่อแม่พี่น้องเข้ามาถามไถ่ธุระ ทำให้เธอต้องเว้นวรรคบทสนทนา แต่โทรศัพท์ก็ยังแนบแก้มอยู่แม้จะคุยกับคนที่อยู่ตรงหน้า

เสียงยังเงียบอยู่ เธอลุกจากเตียง แล้วเริ่มเดินคุยโทรศัพท์ไปตามทางแคบๆ ในบ้านที่ยาวเหมือนไม่สิ้นสุด ซ้ายขวาเป็นทางแยกของห้องต่างๆ ฝาผนังมีรูปภาพเรียงรายแบบที่บ้านธรรมดาจะมี... กำลังจะหมดความอดทนอยู่แล้วเชียว ตรงหน้าสาวน้อยก็ปรากฎบานประตู เธอหมุนกลอนด้วยท่าทีปกติ ข้างนอกเป็นภูเขาลูกใหญ่ เธอยืนอยู่หน้าบ้านหลังน้อยหลังเดียวบนพื้นที่สีเขียวนั้น

ทันใดเสียงฝนก็ซู่ซ่าลงมา แต่ไม่ยักกะมีเม็ดฝน กลับมีแค่ลมพัดไหวๆ ใบไม้บางใบร่วงหล่น

"ฝนตก" เธอบอกคนที่ปลายสาย "ท่าจะตกหนักเสียด้วย"

ว่าแล้วสาวน้อยก็เดินดุ่มๆ ต่อไป ปากยังคงจ้อไม่หยุด แต่เสียงซู่ซ่าของฝนทำให้เราไม่ได้ยินอะไร 

เธอเดินข้ามไปที่ภูเขาอีกลูกที่ฝั่งตรงข้าม แล้วยืนมองบ้านหลังที่เธอเพิ่งจากมาอยู่เนิ่นนาน มือชี้ไปข้างหน้าเหมือนอธิบายบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก ฝนของจริงเริ่มลงเม็ดปรอยๆ... ลมเอื่อยๆ เริ่มพัดแรงขึ้น

สาวน้อยหยุดพูดแล้ว เธอหลับตาฟังคู่สาย หรือไม่ทั้งสองฝั่ง ปลายสายและต้นสายอาจต่างไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่มีอะไรจะพูดแล้ว หรือไม่ก็ไม่อยากจะพูดแล้ว เธอค่อยๆ ไถลตัวลงนอนกับพื้นหญ้า แล้วไหลตัวลงไปตามไหล่เขา เหมือนว่ามันเป็นกระดาษลื่นที่สระว่ายน้ำ ต่างตรงที่จังหวะการไหลเนิบช้าและเหนียวหนืด เธอหลับตาหยี วางแขนสองข้างแนบลำตัว และใช้คอหนีบโทรศัพท์แทน

เธอไหลเอื่อยมาเรื่อยจนมาทุดตัวอยู่ที่หุบเขา ฝนลงเม็ดปรอยแบบที่คนเชื่อกันว่าจะทำให้เป็นหวัด เธอหยิบโทรศัพท์ที่คอหนีบอยู่มาแนบหูในท่าปกติ บิดคอ 2-3 กริ๊กคลายควาเมื่อยล้า หายใจเข้ายาวๆ แล้วก็เริ่มขยับปากเป็นชุด... แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้ยินว่าเธอสาธยายอะไร ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ สาวน้อยตัวเปียกปอน ฟ้าที่เคยแจ้งพลันมืดมิด เห็นเพียงเงาร่างของภูเขาสองลูก และไฟสีแดงเล็กๆ เป็นจุดดวงที่ก้นเหวระหว่างกลาง

Photobucket 

น้ำฝนกักตัวเป็นแอ่ง เพราะไม่มีทางระบายออก น้ำท่วมถึงข้อเท้าของสาวน้อยแล้ว ปากของเธอยังพล่ามอยู่ และบางคราสั้นๆ ที่เธอหยุด เสียงอู้อี้ปลายสายเล็ดลอดผ่านสายฝนออกมาเบาๆ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เดาได้ว่าฝั่งโน้นก็รัวปากไม่หยุดเช่นกัน

น้ำท่วมถึงเอวแล้ว... ถึงหน้าอกแล้ว... มิดหัวสาวน้อยแล้ว ฝนยังตกอยู่อย่างนั้นจนระดับน้ำสูงเกือบเทียมไหล่เขาทั้งสองลูก

...

ฝนซาตัวลงกลายเป็นเม็ดเบาบาง ฟ้าเริ่มมีแสงสว่างมาเจือปน แต่ก็ยังอมไปด้วยความทะมึนของก้อนเมฆสีเทาที่เรียวตัวหนาอยู่บนฟ้า... พยากรณ์ได้ว่ามันอาจจะตกอีกห่า หรือมันอาจจะค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นสีขาวดังเดิม แต่ตอนนี้ที่น่าสงสัยกว่า... คือสาวน้อยตายห่าไปรึยัง

น้ำนิ่งเนิบอยู่สักพัก

ทันใด โทรศัพท์มือถือรุ่นกระติกน้ำก็โผล่ผลุง เด้งตัวลอยสูง ทำองศาโค้งแล้วดิ่งตัวลงที่ภูเขาฝั่งตรงข้ามกับบ้าน ไฟสีแดงยังส่องแสงแสดงให้เห็นว่ามันยังใช้การได้

อึดใจต่อมา สาวน้อยโผล่พรวดขึ้นมา หอบหายใจเฮือกใหญ่ และว่ายน้ำเข้าฝั่ง ปีนขึ้นใหล่เขา มุ่งตรงไปที่ประตูบ้าน ก่อนเข้าไปเธอหันมองที่เขาอีกลูก มองที่สัญญาณไฟสีแดง

"บ้ายบาย" เธอตะโกนเสียงดัง และปิดประตู 

... 

ลมพัดมาไหวๆ ได้ยินเสียงหวิวๆ ภูเขาสองลูก ข้างหนึ่งมีบ้าน ข้างหนึ่งมีโทรศัพท์มือถือรุ่นโบราณตั้งอยู่ ตรงกลางกั้นด้วยน้ำที่ตกมาจากฟากฟ้า... บรรยากาศนิ่งเงียบถูกทำลายด้วยเสียง 'กริก...' ตามด้วย 'ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ดๆๆๆๆๆ...'

edit @ 9 Sep 2009 10:55:59 by วรรณแวว